วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557
วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 15:59:59 น.
"สภาทนายความ" มีมติบอยคอตศาลเยาวชนฯ ห้ามทนายความอบรมเป็นที่ปรึกษากฎหมาย

 

 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่สภาทนายความ ถนนราชดำเนิน นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ นายสรัญชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ เรียกประชุมกรรมการบริหารสภาทนายความ ประธานสภาทนายความจังหวัดต่างๆ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน เพื่อพิจาราณาแก้ไขปัญหาอุปสรรคผลกระทบต่อวิชาชีพทนายความ จากกรณีที่ทนายความทั่วประเทศไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พ.ศ.2553 มาตรา120 ถึง123 ที่บัญญัติให้ศาลเยาวชนฯต้องจัดอบรม “ที่ปรึกษากฎหมาย”เพื่อทำหน้าที่ทนายความในการดำเนินคดีเยาวชนและครอบครัว โดยหากทนายความคนใดไม่มีใบอนุญาตเป็น “ที่ปรึกษากฎหมาย”ก็จะหมดสิทธิ์ว่าความ


ได้ข้อสรุปเป็นมติที่เป็นเอกฉันท์ ดังนี้


1. พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 120 – 122 และมาตรา 124 และข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยการอบรม ระเบียบปฏิบัติของที่ปรึกษากฎหมาย การจดแจ้งและลบชื่อออกจากบัญชี พ.ศ. 2556  เป็นกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่ง ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 7 (3), (5) มาตรา 76 มาตรา 78 มาตรา 79 กรณีสมาชิกสภาทนายความไม่ปฏิบัติตามมติถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นการส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิกสภาทนายความ เป็นการเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของทนายความ ซึ่งการปฏิบัติตามคำสั่งตามกฎหมายและข้อบังคับ ทนายความจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่ง มติ ของที่ประชุมประธานสภาทนายความจังหวัด 108 ศาลจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ตามอำนาจหน้าที่ซึ่งมีอยู่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย


2. มีมติให้สมาชิกสภาทนายความดำเนินการตามมติของที่ประชุมประธานสภาทนายความจังหวัด ๑๐๘ ศาลจังหวัดทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2556 โดยไม่เข้าร่วมรับการอบรมที่ปรึกษากฎหมายตามที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้ดำเนินการจัดอบรม กรณีสมาชิกสภาทนายความที่สมัครเข้าอบรมหรือได้รับการอบรมแล้วให้ดำเนินการถอนชื่อออกจากการอบรมฯ พร้อมขอคืนหลักฐานการสมัครและขอเงินค่าลงทะเบียน จำนวน 1,000 บาท คืนจากศาล หากมีข้อขัดข้องไม่สามารถรับเงินค่าธรรมเนียมคืนจากศาลได้ให้แจ้งต่อประธานสภาทนายความจังหวัด หรือสภาทนายความ เพื่อดำเนินการต่อไป


3. มาตรการสภาพบังคับ ในการดำเนินการตามกฎหมายของมติที่ประชุมประธานสภาทนายความจังหวัด 108 ศาลจังหวัดทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556 ให้นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสภาทนายความเพื่อพิจารณา ในการประชุมครั้งพิเศษที่ 1/2556ในวันพุธที่ 13 มีนาคม 2556 เวลา 17.00 น. และ


4. การประชาสัมพันธ์ ชี้แจงถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น และผลกระทบที่เกิดต่อวิชาชีพทนายความและสิทธิของประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนผู้ถูกกล่าวหา กระทำความผิดอาญาตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญรับรองไว้นั้น ให้ประธานสภาทนายความแต่ละจังหวัดเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ชี้แจงต่อสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนทุกแขนงในแต่ละจังหวัดพร้อมควบคู่กับการดำเนินการของสภาทนายความโดยมติดังกล่าวข้างต้น จะแจ้งให้ประธานสภาทนายความจังหวัดทั่วประเทศทราบและปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป


ด้าน นายสรัญชา กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติสอดคล้องกันว่าให้ออกแถลงการณ์ รวม 4 ข้อ คือ 1 เห็นว่า พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ และข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินคดีเยาวชนขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2 กรณีทนายความที่ไม่ปฎิบัติตามมติของคณะกรรมการถือว่าไม่ส่งเสริมวิชาชีพทนายความ ไม่ส่งเสริมความสามัคคีทำให้เสื่อมเสียศักดิ์ศรีวิชาชีพทนายความ และจะมีการประชุมวันที่ 13 มีนาคม เพื่อพิจารณาลงโทษทนายความที่ฝ่าฝืน 3 มีมติให้ทนายความที่เข้าอบรมแล้วไปถอนชื่อและเรียกหลักฐานและเงินคืนทั้งหมด ส่วนทนยความที่กำลังจะเข้าอบรมให้ถอนตัวและเรียกเงินคืน และให้รอฟังคำสั่งจากประธานสภาทนายความจังหวัด  และ 4 ให้ประธานสภาทนายความจังหวัดทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนและทนายความทั่วประเทศให้เข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็นในการคัดค้านกฎหมายฉบับนี้


นายสรัญชา กล่าวอีกว่า การฟ้องคดีไม่ใช้ทางออกสุดท้าย สภาทนายจะขอเจรจากับอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนฯอีกครั้งเพราะถือว่าเป็นเรื่องทนายความถูกลิดลอนสิทธิ ที่ผ่านมาเคยไปพบ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนฯ แล้วบอกว่า ขอหารือกับผู้ใหญ่ก่อน แต่ความจริงอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนฯใหญ่ที่สุดแล้วในเรื่องนี้


ขณะเดียวกัน นายจิรนิติ หะวานนท์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัว  ไปเปิดอบรมทนายความเพื่อทำหน้าที่ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ห้องประชุมสาขาวิชานิติศาสตร์ มรภ.นครราชสีมา มีทนายความเข้าร่วมประมาณ 180 คน โดยนายจิรนิติ กล่าวว่า มีทนายความเข้าร่วมการอบรมเกินครึ่งบางคนมาทะเบียนเป็นที่ปรึกษาในศาลยาวชนฯ จ.นครราชสีมาแล้ว ยังขอลงทะเบียนเป็นที่ปรึกษาว่าความในศาลเยาวชนจังหวัดอื่นด้วยส่วนที่ผู้บริหารสภาทนายความจะมาพบตน คงไม่สามารถห้ามได้ ตนไม่สามารถหยุดกฎหมายได้เพราะตนก็ต้องทำตามกฎหมาย ถ้าจะค้านกฎหมายต้องไปค้านสภาหรือช่องทางอื่น โดยสัปดาห์หน้าจะไปจัดอบรมทนายความที่จ.เชียงใหม่และที่เนติบัณฑิตยสภา กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีทนายความเข้าอบรมทั้งสิ้นประมาณ 2,000 คน

m.matichon.co.th